การกินอิ่มเกินพอดีอยู่เรื่อยๆจะ
นำไปสู่ภาวะโรคอ้วน
ที่จะมีผลต่อสุขภาพการระบบอื่นๆ
ตามมาอีกมากมาย เช่น เบาหวาน
ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง
สิ่งเหล่านี้นี่เองที่จะก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง
เกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต
และโรคหลอดเลือดหัวใจ
นอกจากนั้นโรคอ้วนยังส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ
นิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งทางเดินอาหาร
ระบบกล้ามเนื้อ และข้อต่อของร่างกาย
เช่น ข้อกระดูกสันหลัง
และข้อเข่าเสื่อม เป็นต้น
ทำให้หลายคนเสาะแสวงหาสารพันวิธีมากำจัดเจ้าน้ำหนักส่วนเกินนี้ออกไปจาก
ชีวิต
วิธีสำหรับคนอยากลดน้ำหนัก
โรคอ้วนเกิดจากการผสมสานของกรรมพันธุ์
สภาพแวดล้อม และพฤติกรรม
สิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ
ทำให้คนเราใช้พลังงานน้อยลง
และเผาผลาญพลังงานจากอาหารที่รับประทานไปใช้ไม่หมด
เกิดเหลือสะสมเพิ่มน้ำหนักตัว
โดยหลักทั่วไป
ถ้ารับประทานอาหารมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการก็จะมีส่วนเกินสะสมทำให้
น้ำหนักไม่เพิ่มมากขึ้น
และควบคุมปริมาณแคลอรีในอาหาร
โดยเน้นรับประทานอาหารที่มีแคลอรีน้อยลง
เช่น พืช ผัก รวมถึงหลักเหลี่ยงอาหารที่ผ่านการทอด
การควบคุมน้ำหนักอีกวิธีหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงกัน
คือ การฝึกควบคุมปริมาตรของกระเพาะอาหาร
จากผลการศึกษาพบว่า
กระเพาะอาหารของคนอ้วนมีความจุมากกว่าคนที่ไม่อ้วน
และเมื่อพยายามควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนักตัวได้ระยะหนึ่ง
ความจุของกระเพาะอาหารมักจะลดลงตามไปด้วย
มีผู้พยายามศึกษาความจุกระเพาะอาหารของมนุษย์
โดยใช้วิธต่างๆมากมาย
จนถึงวิธีทันสมัยโดยการใช้เอกซ์เรย์
ทำให้สามารถคำนวณปริมาตรของกระเพาะอาหารได้
จากการศึกษาต่างๆพบว่า
ความจุของกระเพาะอาหารของมนุษย์มีค่าแตกต่างกัน
ตั้งแต่ 800 ซีซี
ไปจนถึงประมาณ 4,000ซีซี
หรือตั้งแต่ประมาณ 1
ลิตรจนถึง 4
ลิตร
ด้วยกลไกตามธรรมชาติของร่างกายข้างต้น
จึงเป็นที่มาของการฝึกควบคุมปริมาตรกระเพาะอาหาร
เพื่อให้เรากินได้น้อยลง
แต่รู้สึกอิ่ม
ซึ่งบางครั้งสิ่งเหล่านี้ก็เคยเกิดขึ้นกับเราๆท่านๆ
แล้วโดยไม่รู้ตัว เช่น
ขณะเริ่มรับประทานอาหารแล้วเผอิญมีโทรศัพท์ดังขึ้น
หรือมีแขกมาหาคุยธุระอยู่นานหลายสิบนาที
พอพูดคุยธุระเสร็จ
เราอาจไม่รู้สึกหิว
หรืออาจไม่รู้สึกว่าต้องกินอาหารอีกต่อไปก็ได้
เนื่องจากในขณะที่เราพูดคุยธุระอยู่นั้น
สัญญาณจากทางเดินอาหารได้เชื่อมโยงกับศูนย์หิว-อิ่มในสมองเรียบร้อยแล้ว
ทำให้เรารู้สึกอิ่มโดยกินอาหารเข้าไปเพียงนิดเดียว
หรือตัวอย่างในเด็กน้อยบางคน
กินขนมเพียงซองเล็กๆ
ซึ่งไม่น่าจะอิ่มน้องเลย
แต่พอถึงมื้ออาหารจริงอาจจะโยเยไม่หิว
ไม่อยากกินอาหารมื้อหลัก
จนพ่อแม่มักจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ว่า
พยายามอย่าให้เด็กกินขนมก่อนใกล้เวลามื้ออาหาร
อย่างน้อยครึ่ง หรือหนึ่งชั่วโมงเป็นต้น
นอกจากนี้การเคี้ยวอาหารช้าๆให้ละเอียด
นอกจากจะช่วยทำให้กระเพาะอาหารทำงานน้อยลงแล้ว
การเคี้ยวอาหารช้าๆจะทำให้รับประทานอาหารได้ปริมาณน้อยลง
และทางเดินอาหารมีเวลาที่จะส่งสัญญาณไปที่สมอง
ทำให้รู้สึกอิ่มและไม่รู้สึกว่าต้องกินอาหารอีกต่อไปได้เช่นกัน
ผู้ป่วยหลายรายที่ฝึกรับประทานอาหารโดยใช้เวลาเคี้ยวอาหารให้นานขึ้น
ร่วมกับการลดปริมาณอาหารต่อมื้อ
เพื่อฝึกกระเพาะอาหารให้มีปริมาตรลดลง
และช่วยการสร้างน้ำย่อยซึ่งกระตุ้นให้อยากอาหารน้อยลง
ผู้ป่วยเหล่านี้มักเล่าให้แพทย์ฟังว่าหลังจากการฝึกเช่นนี้อย่างต่อ
เนื่อง ประมาณ 2
สัปดาห์ จะรู้สึกชินกับการรับประทานอาหาร
ปริมาณน้อยๆ ไม่รับประทานดุ้ดือดเท่าแต่ก่อน
และทำให้สามารถลดน้ำหนักได้
3 กิโลกรัมต่อเดือน
แถมยังมีความสุขที่ยังคงรับประทานอาหารหลายอย่างที่ชอบได้
(แต่จะไม่กินจนอิ่ม
เพราะต้องการควบคุมปริมาตรของกระเพาะอาหารไว้ไม่ให้ขยายจนเกินไป)
นอกจากน้ำหนักตัวจะลดลงแล้ว
ยังมีความสุขที่สามารถลดยาที่ใช้รักษาโรคประจำตัวอื่นๆ
ที่เกิดจากความอ้วนได้อีกด้วย
ผลตรวจเลือดต่างๆก็ดี
ขึ้นตามน้ำหนักตัวที่หายไป
หลักการฝึกควบคุมปริมาตรกระเพาะอาหารให้เล็กลง
ประกอบด้วย
1.ลดปริมาณอาหารที่กินแต่ละมื้อให้น้อยลง
2.หลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณแคลอรีสูง
โดยเฉพาะอาหารที่ผ่านการทอด
3.เคี้ยวอาหารแต่ละคำให้ช้า
และเคี้ยวให้ละเอียด
แม้ว่าการฝึกควบคุมปริมาตรของกระเพาะอาหารอาจไม่ได้ผลดีเท่ากับการผ่าตัด
เพื่อลดขนาดกระเพาะอาหาร
หรือการผ่าตัดใส่บอลลูนเข้าไปภายในกระเพาะอาหารเพื่อขัดขวางพื้นที่
ของกระเพาะอาหารไม่ให้บรรจุอาหารได้มากดังเดิม
แต่ก็เป็นวิธีที่ไม่ต้องเจ็บตัว
ไม่ต้องพึ่งมีดหมอในการทำผ่าตัด
ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
และที่สำคัญคือ
เราสามารถเลือกลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง
ด้วยความภาคภูมิใจในผลสำเร็จที่จะเกิดขึ้นด้วยน้ำมือของเราเอง
ที่มา:
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น