ได้เวลาเตือนบุตรหลานให้ละสายตาจาก
หน้าจอคอมพ์-ทีวีได้แล้ว
เพราะการนั่งจับเจ่าหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ขยับก้นไปไหนทั้งวันอาจ
ส่งผลให้โรคเบาหวานหัวใจถามหาได้
ดร.เอริก
ซิกแมน นักจิตวิทยาผู้ศึกษาพฤติกรรมเด็กติดจอครั้งนี้ซึ่ง
จะนำเสนอผลงานวิจัยที่วิทยาลัยสุขภาพเด็กและกุมารเวชศาสตร์ในเมืองกลาสโกว์
ในไม่ช้า กล่าวว่า
พ่อแม่ควรควบคุมเวลาการดูทีวีหรือเล่นเกมของลูกอย่างเคร่งครัด
จากสถิติชี้ว่า
เด็กใช้งานอุปกรณ์ที่มีจอภาพเฉลี่ย
5
เครื่องต่อคนและจะเปิดใช้งานในเวลาเดียวกันมากกว่า
1 เครื่องอาทิ
การเล่นโทรศัพท์ไปขณะดูทีวี
ซิกแมนกล่าวอีกว่า
การนั่งแช่หน้าจอติดต่อกันหลายชั่วโมงอาจส่งผลให้เป็นโรคหัวใจและเบาหวาน
ชนิดที่ 2
ซึ่งต้องรักษาด้วยการฉีดอินซูลินเท่านั้น
ซ้ำร้ายกว่านั้นยังส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก
เขาเผยต่อสำนักข่าวบีบีซีว่า
"การติดเกมอาจมีความสัมพันธ์กับวงจรในสมองซึ่งก่อให้เกิดความปีติจนเสพติด"
ทั้งยังเสริมว่า
พ่อแม่ที่มีลูกอายุต่ำกว่า
3 ปียังไม่ควรหัดให้ลูกดูทีวี
ส่วนเด็ก 3-7
ปีควรดูไม่เกินวันละ 1.30
ชั่วโมง ขณะเด็กอายุ 7-18
ปีดูได้อย่างมาก 2
ชั่วโมงต่อวัน
ไดแอน แอ็บบอต
รัฐมนตรีสาธารณสุขเงาของอังกฤษ
ระบุว่า "ภายในปี
2568
ผู้ชายเกือบครึ่งรวมถึงผู้หญิง
1 ใน 3
จะประสบปัญหาโรคอ้วน
ดังนั้นเราควรเริ่มรณรงค์ให้บรรดาพ่อแม่เข้มงวดกวดขันพฤติกรรมลูกที่เอาแต่
เฝ้าหน้าจอตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป"
กรมอนามัยอังกฤษประกาศว่า
"ถึงเวลาแล้วที่ควรชักจูงให้เด็กๆ
หันมาออกกำลังกาย"
และว่า "เด็กอายุต่ำกว่า
5
ปีควรหลีกเลี่ยงการนั่งอยู่กับที่นานๆ"
ขณะเดียวกันแพทย์อังกฤษก็ได้ออกแบบตารางการเจริญเติบโตของเด็กขึ้นมาใหม่ที่
ง่ายต่อการใช้งาน
เพื่อให้พยาบาลประจำโรงเรียนใช้เปรียบเทียบความสมดุลของอายุกับน้ำหนักและ
ส่วนสูง และช่วยจำแนกเด็กที่มีปัญหาน้ำหนักเกินมาตรฐาน
ที่มา:
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น