แม้ในความเป็นจริงคนส่วนใหญ่จะ เข้าใจกฎเกณฑ์
เรื่องอายุและรูปลักษณ์ภายนอก กันเป็นอย่างดีว่า
สองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผันเปลี่ยนไปตามกาลเวลาควบคู่กันไปตามธรรมชาติ
ทว่าผู้ชายบางคนก็ปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ร่วงโรยไปตามอายุ
และไม่คิดจะหันกลับมาดูแลตัวเอง
แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางคนที่ท้าทายธรรมชาติด้วยการรักษาความหนุ่มเอาไว้
เพื่อภาพลักษณ์ที่ดูดี แถมยังดูไม่แตกต่างไปจากตอนหนุ่ม ๆ เลยสักนิด
ฟังแบบนี้แล้วอาจทำให้ใครหลายคนแอบสงสัยกันอยู่ไม่น้อยว่าพวกเขาทำได้อย่าง
ไร ในวันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ
เกี่ยวกับวิธีการดูแลตัวเองให้ดูอ่อนเยาว์แบบง่าย ๆ มาฝากกัน
รับรองว่าเป็นวิธีที่คุณสามารถทำได้เองและไม่ต้องเจ็บตัวไปกับการทำศัลยกรรม
อีกด้วย
1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้ชายทั้งหลายดูมีอายุมากขึ้น
(บางคนดูแก่กว่าอายุจริงด้วยซ้ำ) นั่นเป็นเพราะว่า กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ
ของร่างกายเริ่มหย่อนคล้อยไม่กระชับเหมือนในสมัยหนุ่ม ๆ
ดังนั้นหากคุณต้องการจะรักษาและคงความเฟี้ยวเอาไว้
โดยไม่สนใจว่าตัวเลขของอายุจะเดินหน้าไปไวสักแค่ไหน
ก็ควรหมั่นออกกำลังกายเพื่อให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ทำงานบ้าง
อีกทั้งยังช่วยกระชับและลดไขมันส่วนเกินอีกด้วย
ทั้งนี้ ควรออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง
ครั้งละประมาณ 30 - 60 นาที
(ระยะเวลาในการออกกำลังกายขึ้นอยู่กับศักยภาพร่างกายของแต่ละคน)
แล้วคุณก็จะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกสดชื่นสดใสเหมือนสมัยหนุ่ม ๆ เลยล่ะ
นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยลดน้ำหนักและลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่าง ๆ
ด้วย เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคกระดูกพรุน
โรคเส้นเลือดอุดตัน
และยังช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเซโรโทนินสารที่ช่วยบรรเทาความเครียดได้อีก
ต่างหาก
2. จัดแต่งทรงผมให้ดูดีอยู่เสมอ
ไม่มีอะไรจะทำให้ผู้ชายดูโทรมได้เท่ากับผมเผ้าที่รุงรัง
กระเซอะกระเซิง ไม่ได้ทรงอีกแล้ว หากไม่อยากหมดหล่อในสายตาของคุณผู้หญิง
คุณควรจัดแต่งทรงผมให้ดูดีอยู่เสมอ
โดยทรงผมที่เหมาะสมกับหนุ่มรุ่นใหญ่ที่สุดก็คือ ผมสั้น
ซึ่งคุณอาจใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมอย่าง เจล มูส
หรือสเปรย์ช่วยตกแต่งทรงผมด้วยก็ได้
แต่หากใครที่มีปัญหาผมร่วงหรือเส้นผมบาง หากใจกล้าหน่อยก็สกินเฮดไปเลย
เพราะผู้ชายกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ผมจะเริ่มบางลง
โดยเฉพาะชายที่อยู่ในช่วงอายุ 35 ปีขึ้นไป
แต่ถ้าคุณรู้สึกไม่มั่นใจกับทรงสกินเฮดของตัวเอง ก็ลองมองหายาปลูกผมดี ๆ
เอาไว้ใช้แทน หรือไม่ก็ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางไปเลยก็ได้
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลุคของตัวเอง
3. โกนหนวดโกนเครากันบ้าง
หนวดและเคราบนใบหน้าเปรียบเสมือนดาบสองคมที่สามารถทำให้คุณดูดีขึ้น
แต่อีกทางหนึ่งมันก็สามารถทำร้ายตัวคุณได้เหมือนกัน
หากใบหน้าคุณไม่เหมาะกับการไว้หนวดเครา
หรือปล่อยให้หนวดเครารกรุงรังจนทำให้คุณดูแก่กว่าอายุจริง
ดังนั้นควรโกนทิ้งไปให้หมด โดยเหลือไว้เพียงใบหน้าที่ดูสะอาดสะอ้าน
และยังช่วยให้คุณดูเด็กลงมากขึ้น แต่ถ้าอยากจะไว้จริง ๆ
ก็อาจอัพเดทเทรนด์หนวดเคราจากเหล่าดาราแล้วลองทำตามดูบ้างก็ได้
เพื่อเปลี่ยนลุคของตัวเองให้แตกต่างออกไปจากเดิมบ้าง
ทว่าข้อสำคัญที่ไม่ควรลืมหากจะไว้หนวดเคราจริง ๆ
ก็คือต้องเลือกทรงที่รับกับรูปหน้าของคุณมากที่สุด จึงจะช่วยให้ดูดีขึ้นได้
4. ดูแลผิวด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงต่าง ๆ ที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง
สิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณดูอ่อนเยาว์ลงไม่ใช่แค่การดูแลทรงผม
หรือการแต่งตัวให้ดูดีเท่านั้น ทว่าคุณยังควรดูแลผิวพรรณควบคู่กันไปด้วย
โดยหันมาใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้ติดเป็นนิสัย โดยเฉพาะในส่วนของใบหน้า
ทั้งนี้ ควรสครับใบหน้าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกมา
นอกจากนี้เวลาโกนหนวดนั้นให้ใช้ครีมโกนหนวดที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์
ก่อนการโกนทุกครั้ง เพื่อป้องกันการหลุดร่อนของเซลล์ผิวชั้นนอก
และคงความชุ่มชื่นให้กับผิวของคุณ รวมไปถึงทาครีมบำรุงรอบดวงตา
เพื่อป้องกันรอยหมองคล้ำบริเวณใต้ตาด้วย
และที่สำคัญอย่าลืมดูแลสุขภาพริมฝีปากให้นุ่มชุ่มชื้นอยู่เสมอด้วยลิปมัน
เช่นกัน
ทั้งนี้ ทั้งนั้น สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเองมากนัก
เพราะต้องดูแลทั้งงานและครอบครัว
คุณอาจจะเริ่มปฏิบัติตามคำแนะนำสักข้อสองข้อดูก็ได้ แล้วค่อย ๆ
ปรับพฤติกรรมให้เหมาะสมเพิ่มเติมในภายหลัง
ออ...นอกจากนี้ให้พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะทำให้คุณดูแก่ก่อนวัยด้วยเช่น
การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอลล์ หรือปาร์ตี้แบบหามรุ่งหามค่ำ เป็นต้น
เพียงเท่านี้คนอื่น ๆ ก็เดากันไม่ออกแล้วล่ะว่าคุณอายุเท่าไหร่กันแน่
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น